81 จำนวนผู้เข้าชม |
คำตอบคือ “ได้บางกรณี” และ “ไม่ได้บางกรณี”
หลายคนค้นหาคำว่า “เงินมัดจำ เรียกคืนได้ไหม” เพราะเจอสถานการณ์จริง เช่น วางเงินจองบ้านแล้วกู้ไม่ผ่าน วางมัดจำซื้อรถแล้วเปลี่ยนใจ เช่าบ้านแล้วถูกยึดเงินมัดจำ หรือจ่ายเงินไว้ก่อนแต่คู่สัญญาไม่ทำตามตกลง คำตอบตามกฎหมายไทยไม่ได้มีเพียงคำว่า “ได้” หรือ “ไม่ได้” แบบตายตัว แต่ต้องดูข้อเท็จจริงสำคัญว่า เงินที่จ่ายนั้นเป็น เงินมัดจำ จริงหรือไม่ ใครเป็นฝ่ายผิดสัญญา และมีการเลิกสัญญาโดยชอบหรือไม่ด้วย ตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การมัดจำมีหน้าที่ 2 อย่าง คือ เป็นพยานหลักฐานว่าสัญญาได้ทำกันแล้ว และเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา ดังนั้นเมื่อมีการวางมัดจำไว้แล้ว ผลทางกฎหมายจะไม่เหมือน “เงินดาวน์” หรือ “ชำระหนี้บางส่วน” เสมอไป ที่สุดว่า เงินมัดจำเรียกคืนได้ไหม คำตอบคือ
เรียกคืนได้ หากอีกฝ่ายเป็นฝ่ายผิดสัญญา หรือมีเหตุให้ต้องคืนตามกฎหมายหรือข้อตกลง
เรียกคืนไม่ได้ หรืออาจถูกริบได้ หากผู้วางมัดจำเป็นฝ่ายผิดสัญญา
ถ้าไม่ใช่มัดจำจริง แต่เป็นเงินดาวน์หรือชำระล่วงหน้า ผลทางกฎหมายอาจต่างออกไป และอาจต้องคืนเมื่อมีการเลิกสัญญาโดยให้คู่สัญญากลับคืนสู่ฐานะเดิม
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 377 วางหลักว่า เมื่อเข้าทำสัญญา ถ้าได้ให้สิ่งใดไว้เป็นมัดจำ ท่านให้ถือว่าการที่ให้มัดจำนั้นย่อมเป็นพยานหลักฐานว่าสัญญานั้นได้ทำกันขึ้นแล้ว อนึ่ง มัดจำนี้ย่อมเป็นประกันการที่จะปฏิบัติตามสัญญานั้นด้วย
ปัญหาที่คนมักพลาดคือ เรียกทุกอย่างว่า “มัดจำ” ทั้งที่ในทางกฎหมายอาจไม่ใช่ เช่น บางกรณีเป็นเพียง เงินจอง บางกรณีเป็น เงินดาวน์ หรือเป็นการชำระหนี้บางส่วนล่วงหน้า ซึ่งผลทางกฎหมายต่างกันมาก โดยเฉพาะตอนขอเงินคืน การพิารณาไม่ได้ดูแค่ชื่อที่เขียนในใบจองหรือแชต แต่ต้องดู เจตนาของคู่สัญญา ข้อความในสัญญา เวลาในการชำระเงิน และลักษณะของธุรกรรมด้วย ถ้าเป็นมัดจำจริง ก็จะเข้าสู่หลักมาตรา 377 และ 378 แต่ถ้าเป็นเงินดาวน์หรือการชำระหนี้บางส่วน เมื่อมีการเลิกสัญญาโดยชอบ คู่สัญญาแต่ละฝ่ายอาจต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิมตามมาตรา 391 และผู้รับเงินอาจต้องคืนเงินพร้อมดอกเบี้ยตั้งแต่เวลาที่รับไว้
มาตรา 378 วางหลักสำคัญไว้ 3 แบบ คือ
หนึ่ง หากมีการชำระหนี้กันครบถ้วนแล้ว มัดจำต้องส่งคืน หรือจัดเป็นการใช้เงินบางส่วน
สอง หากฝ่ายที่วางมัดจำละเลยไม่ชำระหนี้ หรือการชำระหนี้เป็นไปไม่ได้เพราะพฤติการณ์ที่ฝ่ายนั้นต้องรับผิด หรือมีการเลิกสัญญาเพราะความผิดของฝ่ายนั้น มัดจำอาจถูกริบ
สาม หากฝ่ายที่รับมัดจำเป็นฝ่ายผิดสัญญา หรือเป็นเหตุให้สัญญาเลิกเพราะความผิดของฝ่ายนั้น ฝ่ายรับมัดจำอาจต้องคืนเงินมัดจำ
เพราะฉะนั้น จะเรียกคืนได้ไหม ต้องเริ่มจากคำถาม 3 ข้อก่อนเสมอ
เงินที่จ่ายเป็นมัดจำจริงหรือไม่
ใครเป็นฝ่ายผิดสัญญา
สัญญาเลิกกันเพราะเหตุใดและใครต้องรับผิดชอบ
ถ้ามีเหตุจะเรียกเงินมัดจำคืน หรือเงินที่ไม่ใช่เงินมัดจำที่มีสิทธิเรียกคืนได้อยู่แล้ว ไม่ว่าฝ่ายใดจะผิดสัญญาหรือไม่ก็ตาม ก็มีสิทธิที่จะว่าจ้างทนายเพื่อฟ้องคดี หากคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งไม่ยอมคืนเงินดังกล่าวให้ สำหรับสำนักงานทนายความของเรา ดำเนินคดีในเรื่องการเรียกเงินมัดจำคืนมาแล้ว หลากหลายคดี มีทีมงานที่มีประสบการณ์ในด้านนี้โดยตรง ท่านสามารถติดต่อสอบถามได้ทางช่องทางด้านล่างนี้ได้เลยครับ
สรุป เงินมัดจำเรียกคืนได้ หากอีกฝ่ายเป็นฝ่ายผิดสัญญา หรือข้อเท็จจริงฟังได้ว่าเงินนั้นไม่ใช่มัดจำแท้ แต่เป็นเงินดาวน์หรือเงินชำระล่วงหน้าที่ต้องคืนเมื่อเลิกสัญญา ไม่ว่าฝ่ายใดจะผิดสัญญาก็ตาม แต่ในกรณีที่เงินมัดจำอาจเรียกคืนไม่ได้ หากผู้วางมัดจำเป็นฝ่ายผิดสัญญาเอง เพราะกฎหมายเปิดทางให้ริบมัดจำได้ และหากจำนวนเงินที่ถูกริบสูงเกินสมควร ศาลอาจพิจารณาลดได้ตามความเหมาะสมของแต่ละคดี “เงินมัดจำ เรียกคืนได้ไหม” จึงต้องตอบจากเอกสารจริงและข้อเท็จจริงจริง ไม่ใช่ตอบจากความรู้สึกเพียงอย่างเดียว หากคุณมีข้อพิพาทเรื่องมัดจำ การตรวจเอกสารตั้งแต่ต้นโดยทนายความจะช่วยให้รู้ทันทีว่า ควรเจรจา ควรทำหนังสือทวงถาม หรือควรฟ้องเรียกเงินคืนหรือไม่ อย่างไร
ปรึกษาสำนักงานทนายนิธิพล ปรึกษาฟรีในเบื้องต้นไม่มีค่าใช้จ่าย
โทร: 095-453-4145 (ปรึกษาฟรี 5 นาที ในเบื้องต้น)
ทนายนิธิพล เคลียร์ทุกปัญหา คลิ๊ก