สร้างรั้วกำแพงรุกล้ำในที่ดินของคนอื่น ไม่ต้องรื้อถอน หากกระทำโดยสุจริต

Last updated: 23 ก.ย. 2566  |  3214 จำนวนผู้เข้าชม  | 

สร้างรั้วกำแพงรุกล้ำในที่ดินของคนอื่น ไม่ต้องรื้อถอน หากกระทำโดยสุจริต

          สร้างรั้วกำแพงรุกล้ำในที่ดินของคนอื่น ไม่ต้องรื้อถอน หากกระทำโดยสุจริต

          การที่สร้างรั้วกำแพงโดยที่ไม่ทราบว่าพื้นที่ที่ก่อสร้างนั้นเป็นที่ดินของคนอื่น โดยเข้าใจว่าเป็นพื้นที่ที่ดินของตนเอง เช่น ซื้อที่ดินมาแล้วหลักหมุดวางผิดตำแหน่งทำให้เข้าใจว่าที่ดินที่มีพื้นที่มากกว่าความเป็นจริงแล้วปรากฎว่า เจ้าของที่ดินข้างเคียงได้ทำการรังวัดที่ดินแล้วปรากฎว่ามีการสร้างรั้วกำแพงรุกล้ำในเข้าไปในที่ดินของคนอื่น เป็นต้น กรณีแบบนี้ถือว่าเป็นการกระทำโดยสุจริตเพราะเข้าใจว่าเป็นที่ดินของตนเองมาตั้งแต่ต้น หากมีการก่อสร้างรั้วกำแพงรุกล้ำโดยที่กระทำโดยสุจริตก็ไม่จำเป็นต้องรื้อถอนรั้วกำแพงดังกล่าว

          แต่หากเป็นกรณีกระทำการก่อสร้างโดยไม่สุจริต กล่าวคือ รู้อยู่แล้วว่าเป็นที่ดินของคนอื่นแต่ก็ยังจงใจสร้างรุกล้ำเข้าไป กรณีแบบนี้ต้องรื้อถอนเท่านั้น หากเจ้าของที่ดินข้างเคียงต้องการให้รื้อถอน

           โดยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1312 ระบุว่า

           มาตรา 1312 บุคคลใดสร้างโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้อื่นโดยสุจริตไซร้ ท่านว่าบุคคลนั้นเป็นเจ้าของโรงเรือนที่สร้างขึ้น แต่ต้องเสียเงินให้แก่เจ้าของที่ดินเป็นค่าใช้ที่ดินนั้น และจดทะเบียนสิทธิเป็นภาระจำยอม ต่อภายหลังถ้าโรงเรือนนั้นสลายไปทั้งหมด เจ้าของที่ดินจะเรียกให้เพิกถอนการจดทะเบียนเสียก็ได้

           ถ้าบุคคลผู้สร้างโรงเรือนนั้นกระทำการโดยไม่สุจริต ท่านว่าเจ้าของที่ดินจะเรียกให้ผู้สร้างรื้อถอนไป และทำที่ดินให้เป็นตามเดิมโดยผู้สร้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายก็ได้

           ซึ่งตามมาตราดังกล่าว เมื่อสามารถแสดงได้ว่าเป็นการกระทำโดยสุจริต เช่น เจ้าของที่ดินข้างเคียงได้ดำเนินการฟ้องร้องเพื่อขอให้รื้อถอน แล้วคุณซึ่งเป็นผู้ก่อสร้างร้ำกำแพงที่รุกล้ำดังกล่าวได้ดำเนินการสู้คดี โดยแสดงข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่แสดงว่าได้กระทำไปด้วยความสุจริต หากศาลเห็นว่าเป็นการกระทำโดยสุจริตแล้ว ก็ไม่ต้องรื้อถอน แต่ต้องเสียค่าเงินให้แก่เจ้าของที่ดินข้างเคียงเพื่อเป็นค่าที่ดิน และต้องมีการจดทะเบียนในส่วนพื้นที่ที่รุกล้ำดังกล่าวเป็นภาระจำยอมด้วย


           คำพิพากษาฎีกาที่ 2036/2539
           จำเลยฎีกาว่ากำแพงซึ่งจำเลยก่อสร้าง เป็นส่วนหนึ่งของโรงเรือน โดยเป็นผนังอาคารและบ้านพักคนงาน ปรากฏตามภาพถ่าย จึงเป็นโรงเรือนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1312 วรรคแรกนั้น ศาลเห็นว่า เสากำแพงที่แยกต่างหากจากเสาโรงเรือน กำแพงและโรงเรือนสร้างคนละครั้งกัน กำแพงพิพาทจึงไม่ใช่ส่วนหนึ่งของโรงเรือน อันจะถือเป็นโรงเรือนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1312 วรรคแรก ฉะนั้นจำเลยจะอ้างว่าก่อสร้างกำแพงรุกล้ำโดยสุจริตไม่ต้องรื้อถอนตามบทกฎหมายดังกล่าวหาได้ไม่

 

 


ทนายนิธิพล ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย

แฟนเพจ FB : ทนายนิธิพล ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย

โทร : 095-453-4145 เวลาติดต่อจันทร์-เสาร์ 10.00น – 18.00น

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้