รีวิวตามความจริง ผิดไหม? รีวิวแย่เสี่ยงหมิ่นประมาทหรือไม่

11 จำนวนผู้เข้าชม  | 

รีวิวตามความจริง ผิดไหม? รีวิวแย่เสี่ยงหมิ่นประมาทหรือไม่

         รีวิวตามความจริง ผิดไหม? รีวิวร้านอาหาร โรงแรมแย่ ๆ เป็นหมิ่นประมาทหรือไม่

         ไปกินอาหารแล้วรอนาน ห้องพักไม่สะอาด บริการไม่ตรงกับโฆษณา เมื่อผู้บริโภคพบประสบการณ์ที่ไม่น่าประทับใจ หลายคนย่อมอยากเขียนรีวิวเพื่อสะท้อนปัญหาและเป็นข้อมูลให้คนอื่นตัดสินใจ แต่ก็อาจกังวลว่า หากรีวิวในทางลบแล้วร้านอาหารหรือโรงแรมไม่พอใจ จะถูกฟ้องหมิ่นประมาทหรือไม่

         คำตอบคือ การรีวิวเชิงลบไม่ได้เป็นความผิดทุกกรณี แต่การรีวิวเรื่องจริงก็ไม่ได้ทำให้พ้นความรับผิดโดยอัตโนมัติ ต้องพิจารณาข้อความทั้งหมด ข้อเท็จจริงที่รองรับ ความสุจริต ความเป็นธรรม และเงื่อนไขของกฎหมายที่นำมาใช้
         บทความนี้อธิบายขอบเขตระหว่างการติชมบริการกับการหมิ่นประมาท พร้อมตัวอย่างสำหรับผู้บริโภคและผู้ประกอบการที่กำลังมีข้อพิพาทเรื่องรีวิวออนไลน์

         รีวิวตามความจริง ผิดไหม? ต้องเข้าใจองค์ประกอบหมิ่นประมาทก่อน
         ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 กำหนดความผิดเกี่ยวกับการใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง และต้องพิจารณาเจตนาประกอบด้วย ความผิดฐานนี้ไม่ได้กำหนดว่าข้อความที่ใส่ความจะต้องเป็นเรื่องเท็จเสมอไป การยืนยันข้อเท็จจริงที่เป็นเรื่องจริงก็อาจต้องพิจารณาองค์ประกอบความผิดและข้อยกเว้นตามกฎหมายต่อไป ดังนั้น ความเข้าใจที่ว่า “พูดเรื่องจริงอย่างไรก็ไม่ผิด” จึงคลาดเคลื่อน
          มาตรา 326 มีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนการเผยแพร่รีวิวออนไลน์ให้สาธารณชนเข้าถึง อาจเข้าข่ายหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตามมาตรา 328 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกินสองปีและปรับไม่เกินสองแสนบาท ทั้งนี้ ต้องพิจารณารูปแบบและพฤติการณ์การเผยแพร่จริงด้วย
          อย่างไรก็ตาม การที่ร้านค้าเสียความรู้สึกหรือไม่พอใจรีวิว ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าผู้รีวิวกระทำความผิด ศาลต้องพิจารณาทั้งองค์ประกอบความผิดและเหตุที่กฎหมายคุ้มครองการแสดงความคิดเห็น

           รีวิวโดยสุจริตและติชมอย่างเป็นธรรม อาจไม่มีความผิดตามมาตรา 329
            ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 คุ้มครองการแสดงความคิดเห็นหรือข้อความโดยสุจริตในกรณีที่กฎหมายกำหนด รวมถึงการป้องกันส่วนได้เสียของตนตามคลองธรรม และการติชมด้วยความเป็นธรรมในเรื่องที่ประชาชนย่อมกระทำได้ หากเข้าเงื่อนไข ผู้แสดงความคิดเห็นไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท
            เมื่อนำหลักนี้มาพิจารณาการรีวิวร้านอาหารหรือโรงแรม ประเด็นที่ควรตรวจสอบ ได้แก่
     

             ผู้รีวิวใช้บริการจริงหรือมีฐานข้อมูลที่น่าเชื่อถือเพียงใด
             เรื่องที่กล่าวถึงเกี่ยวข้องกับสินค้า ราคา ห้องพัก หรือบริการหรือไม่
             ข้อความตรงกับเหตุการณ์และไม่ตัดทอนจนทำให้เข้าใจผิดหรือไม่
             การวิจารณ์ได้สัดส่วนกับปัญหาที่เกิดขึ้นหรือไม่
             มีการแต่งเรื่อง กล่าวหาเกินหลักฐาน หรือโจมตีเรื่องส่วนตัวหรือไม่
             ตัวอย่างเช่น ผู้เข้าพักพบเครื่องปรับอากาศไม่เย็น แจ้งพนักงานแล้ว และเขียนเล่าเหตุการณ์ตามลำดับ พร้อมระบุว่าปัญหาได้รับการแก้ไขเมื่อใด ย่อมมีข้อเท็จจริงให้พิจารณาความสุจริตและความเป็นธรรมได้ชัดกว่าการเขียนเพียงว่า “โรงแรมหลอกลวงลูกค้า”
             การให้คะแนนต่ำไม่ใช่ข้อยุติว่าผิดหรือไม่ผิด ต้องดูเหตุผลและบริบทที่ประกอบคะแนนนั้นด้วย
 

           พิสูจน์ว่ารีวิวเป็นความจริงแล้ว ไม่ต้องรับโทษทุกกรณีหรือไม่?
           ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 330 วางหลักว่า หากผู้ถูกกล่าวหาพิสูจน์ได้ว่าข้อที่หาว่าเป็นหมิ่นประมาทเป็นความจริง ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ แต่มีข้อจำกัดว่า ห้ามพิสูจน์เมื่อเป็นการใส่ความในเรื่องส่วนตัวและการพิสูจน์จะไม่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน
            จึงต้องแยกผลทางกฎหมายให้ชัดเจนว่า บทกฎหมาย หลักสำคัญ ผลเมื่อเข้าเงื่อนไข มาตรา 329
แสดงความคิดเห็นโดยสุจริตตามกรณีที่กฎหมายกำหนด ไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท มาตรา 330 พิสูจน์ข้อที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นความจริง โดยไม่ติดข้อห้ามพิสูจน์ ไม่ต้องรับโทษ
             สำหรับรีวิวทั่วไป ข้อมูลเกี่ยวกับคุณภาพอาหาร ความสะอาดห้องพัก หรือค่าบริการที่เรียกเก็บ อาจเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค แต่ต้องพิจารณาเนื้อหาเป็นรายกรณี ไม่อาจสรุปว่าทุกเรื่องที่เกี่ยวกับเจ้าของร้านเป็นเรื่องสาธารณะ การนำปัญหาครอบครัว ความสัมพันธ์ หรือข้อมูลส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวกับบริการมาเผยแพร่ จึงเป็นคนละประเด็นกับการรีวิวประสบการณ์ใช้บริการ และอาจก่อความรับผิดเพิ่มเติมได้

              ตัวอย่างรีวิวร้านอาหารและโรงแรม: เล่าประสบการณ์อย่างไรให้ตรงข้อเท็จจริง
ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นสถานการณ์สมมติเพื่ออธิบายแนวทางเขียน ไม่ใช่คำรับรองว่าข้อความใดจะพ้นความรับผิดในทุกกรณี

             เหตุการณ์ ตัวอย่างการเล่าที่จำกัดอยู่กับสิ่งที่พบ ข้อกล่าวหาที่ควรระวัง
             อาหารมาช้า 

            “สั่งอาหารเวลา 12.10 น. ได้รับจานครบประมาณ 13.00 น. สำหรับเรารอนานกว่าที่คาดไว้” “ร้านตั้งใจแกล้งลูกค้า”
             ไม่ชอบรสชาติ
             “สำหรับเรา รสเค็มไปและไม่ถูกปาก” “ร้านใช้วัตถุดิบเน่า” ทั้งที่ไม่มีหลักฐาน
             ห้องพักมีปัญหา
             “วันที่เข้าพักพบคราบบนผ้าปู จึงแจ้งให้พนักงานเปลี่ยน” “โรงแรมนี้ไม่เคยซักผ้าปูเลย”
             มีค่าบริการเพิ่ม
             “ถูกเรียกเก็บเพิ่ม 500 บาท โดยเราไม่พบรายการนี้ในเอกสารจองที่ได้รับ” “โรงแรมเป็นมิจฉาชีพ”

              จุดสำคัญคือ เล่าสิ่งที่รู้ให้ตรงกับขอบเขตที่รู้ การพบปัญหาหนึ่งครั้งไม่เท่ากับมีข้อมูลยืนยันว่าร้านทำเช่นนั้นทุกครั้ง และการมีข้อพิพาทเรื่องเงินไม่เท่ากับพิสูจน์ได้ว่าอีกฝ่ายมีเจตนาฉ้อโกง
              เขียนว่า “ความคิดเห็นส่วนตัว” หรือ “ไม่ได้มีเจตนาให้เสียหาย” ช่วยได้หรือไม่? การใส่ข้อความเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ได้รับความคุ้มครองโดยอัตโนมัติ ต้องดูเนื้อหาจริงว่าผู้อ่านเข้าใจอย่างไร
               ตัวอย่างเช่น “เป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะ แต่โรงแรมนี้ขโมยเงินลูกค้า” ยังคงมีส่วนที่กล่าวหาข้อเท็จจริงร้ายแรง การเติมคำว่า “ส่วนตัว” ไม่ได้ลบความหมายของข้อกล่าวหา
               ในทำนองเดียวกัน การตั้งคำถามว่า “ร้านนี้โกงหรือเปล่า?” อาจต้องพิจารณาว่า เมื่ออ่านข้อความและภาพทั้งหมดแล้ว เป็นการถามโดยมีเหตุสมควรหรือเป็นการสื่อกล่าวหาอีกฝ่าย การใช้เครื่องหมายคำถามจึงไม่ใช่เกราะคุ้มกันคดี


               รีวิวตามจริง ยังถูกเรียกค่าเสียหายทางแพ่งได้หรือไม่?
                ผู้ประกอบการอาจยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายได้ แต่การฟ้องกับการมีสิทธิได้รับค่าเสียหายเป็นคนละเรื่อง ผู้ฟ้องต้องแสดงฐานความรับผิดและความเสียหายตามกฎหมาย
                ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 423 เกี่ยวกับการกล่าวหรือเผยแพร่ข้อความที่ฝ่าฝืนต่อความจริงจนทำให้ผู้อื่นเสียหายต่อชื่อเสียงหรือทางทำมาหาได้ ส่วนมาตรา 420 เป็นหลักความรับผิดทางละเมิดทั่วไป
                หากข้อความเป็นความจริง ย่อมเป็นประเด็นสำคัญต่อการโต้แย้งองค์ประกอบตามมาตรา 423 แต่ไม่ควรสรุปต่อว่า การเผยแพร่ข้อมูลจริงทุกรูปแบบจะไม่มีความรับผิดทางแพ่ง เพราะยังอาจมีการละเมิดสิทธิอื่น เช่น สิทธิในความเป็นส่วนตัว ทั้งนี้ ต้องดูข้อเท็จจริงและฐานฟ้องแต่ละกรณี


                ตัวอย่างข้อความรีวิวที่เน้นเหตุการณ์และเหตุผล
                ตัวอย่างรีวิวร้านอาหาร

                “ไปใช้บริการสาขานี้วันที่ … เวลาประมาณ … สั่งอาหารทั้งหมดสามรายการ ได้รับจานครบหลังรอประมาณ 50 นาที โดยระหว่างรอได้สอบถามพนักงานสองครั้ง สำหรับเราอาหารบางรายการเค็มไปและระยะเวลารอค่อนข้างนาน จึงให้สองดาวจากประสบการณ์ครั้งนี้ อยากให้ปรับปรุงเรื่องการแจ้งเวลารออาหาร”

                 ตัวอย่างรีวิวโรงแรม

                “เข้าพักวันที่ … จองห้องประเภท … เมื่อเข้าห้องพบคราบบนผ้าปูและเครื่องปรับอากาศไม่เย็น จึงแจ้งพนักงานเวลา … ต่อมาโรงแรมเปลี่ยนห้องให้เวลา … แม้ได้รับการแก้ไขแล้ว แต่ต้องเสียเวลารอและย้ายสัมภาระ ทำให้ไม่ประทับใจการเข้าพักครั้งนี้”

                ทั้งสองตัวอย่างระบุเหตุการณ์ จำกัดขอบเขตไว้ที่ประสบการณ์ครั้งนั้น และแยกความรู้สึกของผู้รีวิวออกจากข้อเท็จจริง ทั้งนี้ ควรใช้เฉพาะรายละเอียดที่เกิดขึ้นจริงและมีข้อมูลรองรับ

                ถูกขู่ฟ้องเพราะรีวิว ควรทำอย่างไร?
                เมื่อได้รับข้อความขู่ฟ้อง หนังสือทวงถาม หมายเรียก หรือเอกสารศาล ควรตรวจให้ชัดว่าอีกฝ่ายโต้แย้งข้อความส่วนใด และเอกสารนั้นมีผลทางกฎหมายอย่างไร

                 ควรเก็บสำเนารีวิวและหลักฐานต้นฉบับก่อนแก้ไขหรือลบ ตรวจว่ามีข้อความใดคลาดเคลื่อนหรือเกินสิ่งที่พิสูจน์ได้ หากพบข้อผิดพลาดควรพิจารณาแก้ไขอย่างตรงไปตรงมา และหลีกเลี่ยงการโพสต์ตอบโต้เพิ่มด้วยอารมณ์

                 การลบโพสต์ไม่ได้ทำให้ความรับผิดที่อาจเกิดขึ้นแล้วหมดไปโดยอัตโนมัติ และการถูกแจ้งความก็ไม่ได้หมายความว่าศาลตัดสินว่าผิดแล้ว

                 หากได้รับหมายเรียกหรือหมายศาล ควรให้ทนายความตรวจเอกสารและกำหนดเวลาที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมคำชี้แจงและพยานหลักฐานให้เหมาะกับขั้นตอนของคดี

                 กรณีพบการสร้างเรื่อง ปลอมหลักฐาน หรือกล่าวหาร้ายแรง ควรให้ที่ปรึกษากฎหมายประเมินก่อนดำเนินคดี เพื่อให้การใช้สิทธิตรงกับข้อเท็จจริงและความเสียหาย

                 ปรึกษาทนายความเมื่อมีข้อพิพาทเรื่องรีวิวออนไลน์
หากกำลังค้นหา ทนายคดีหมิ่นประมาท หรือ สำนักงานทนายความ เพื่อประเมินรีวิวร้านอาหารและโรงแรม ควรเตรียมข้อความฉบับเต็ม ภาพประกอบ หลักฐานใช้บริการ และบทสนทนาที่เกี่ยวข้องให้พร้อม

                 ทนายนิธิพล ที่ปรึกษากฎหมาย ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับข้อพิพาททางกฎหมาย โดยตรวจข้อเท็จจริงและเอกสารเพื่อประเมินแนวทางดำเนินการ ทั้งสำหรับผู้บริโภคที่ถูกกล่าวหาจากการรีวิว และผู้ประกอบการที่เห็นว่าถูกเผยแพร่ข้อมูลเท็จจนเสียหาย

                  การปรึกษา ทนายความ และ สำนักงานกฎหมาย ตั้งแต่เริ่มมีข้อพิพาท ช่วยให้ทราบว่าข้อความใดเป็นประเด็น หลักฐานส่วนใดยังขาด และควรใช้สิทธิอย่างไรให้เหมาะสม

                  www.nitilawandwinner.com
                  ทนายนิธิพล เคลียร์ทุกปัญหา

                   095-453-4145 (ปรึกษาฟรี 5 นาที)

บทความนี้เป็นข้อมูลกฎหมายทั่วไป การประเมินความรับผิดต้องตรวจข้อความและพยานหลักฐานของแต่ละกรณี

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้