แชทแบบไหนที่ใช้เป็นหลักฐานคดีกู้ยืมเงินได้

118 จำนวนผู้เข้าชม  | 

แชทแบบไหนที่ใช้เป็นหลักฐานคดีกู้ยืมเงินได้

              แชทแบบไหนที่ใช้เป็นหลักฐานคดีกู้ยืมเงินได้?


              ปัจจุบันการกู้ยืมเงินไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะการทำสัญญากระดาษเท่านั้น หลายกรณีเจ้าหนี้และลูกหนี้ตกลงกันผ่าน แชทไลน์ Facebook Messenger Instagram SMS หรือแอปพลิเคชันอื่น ๆ เช่น ลูกหนี้พิมพ์มาขอยืมเงิน เจ้าหนี้โอนเงินให้ และมีการพูดคุยเรื่องกำหนดคืนเงินผ่านแชททั้งหมด

             คำถามสำคัญคือ แชทแบบไหนที่ใช้เป็นหลักฐานคดีกู้ยืมเงินได้ และแชทเพียงอย่างเดียวเพียงพอต่อการฟ้องคดีหรือไม่

            ตามหลักกฎหมายไทย การกู้ยืมเงินเกินกว่า 2,000 บาท ต้องมีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือและมีลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ จึงจะฟ้องร้องบังคับคดีได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 อย่างไรก็ตาม ในยุคปัจจุบัน “ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์” เช่น ข้อความแชท รูปภาพ สลิปโอนเงิน หรือไฟล์สนทนา สามารถถูกนำมาใช้เป็นพยานหลักฐานในศาลได้ เพราะกฎหมายธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์กำหนดว่า ห้ามปฏิเสธการรับฟังข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เป็นพยานหลักฐานเพียงเพราะอยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ดังนั้น แชทสามารถใช้เป็นหลักฐานในคดีกู้ยืมเงินได้ แต่ต้องเป็นแชทที่มีเนื้อหาชัดเจน เชื่อมโยงตัวลูกหนี้ได้ และพิสูจน์ได้ว่ามีการกู้ยืมเงินจริง

           หลักสำคัญของคดีกู้ยืมเงิน: ต้องพิสูจน์อะไรบ้าง?
           ก่อนจะดูว่าแชทแบบไหนใช้เป็นหลักฐานได้ ต้องเข้าใจก่อนว่า ในคดีกู้ยืมเงิน เจ้าหนี้ต้องพิสูจน์ประเด็นหลัก ๆ ได้แก่ มีการตกลงกู้ยืมเงินจริง ลูกหนี้เป็นผู้ขอยืมหรือรับเงินไปจริง มีจำนวนเงินที่กู้ยืมชัดเจน มีหลักฐานแสดงตัวลูกหนี้ มีหลักฐานการส่งมอบเงิน เช่น สลิปโอนเงิน รายการเดินบัญชี หรือพยานอื่น หากมีการกำหนดวันคืนเงิน ดอกเบี้ย หรือเงื่อนไขอื่น ต้องมีข้อความสนับสนุนให้ชัดเจน กรณีที่มีเพียงสลิปโอนเงินอย่างเดียว อาจยังไม่เพียงพอเสมอไป เพราะลูกหนี้อาจต่อสู้ว่าเงินนั้นเป็นค่าอย่างอื่น เช่น ค่าซื้อขาย ค่าจ้าง ค่าหุ้นส่วน หรือเงินให้โดยเสน่หา ดังนั้น ข้อความแชทจึงมีความสำคัญมาก เพราะเป็นหลักฐานประกอบว่าเงินที่โอนไปนั้นเป็น เงินกู้ยืม ไม่ใช่เงินประเภทอื่น


           แชทแบบไหนที่ใช้เป็นหลักฐานคดีกู้ยืมเงินได้?

           1. แชทที่ลูกหนี้พิมพ์ขอยืมเงินโดยตรง
           แชทที่ดีที่สุดคือแชทที่ลูกหนี้พิมพ์ชัดเจนว่า “ขอยืมเงิน” หรือมีถ้อยคำที่สื่อว่าเป็นการกู้ยืม เช่น
           “ขอยืมเงิน 30,000 บาทก่อน เดี๋ยวสิ้นเดือนคืน”
           “ช่วยโอนให้หน่อย 50,000 บาท ขอเอาไปหมุนก่อน”
           “ยืมเงิน 10,000 บาทได้ไหม เดี๋ยววันที่ 15 โอนคืน”
           “ขอกู้เงิน 100,000 บาท จะคืนพร้อมดอกเบี้ยตามที่คุยกัน”

           ข้อความลักษณะนี้มีประโยชน์มาก เพราะแสดงเจตนาว่าเป็นการกู้ยืม ไม่ใช่การให้เงินหรือโอนเงินเพื่อวัตถุประสงค์อื่น หากมีข้อความแบบนี้ประกอบกับสลิปโอนเงิน จะทำให้พยานหลักฐานมีน้ำหนักมากขึ้น


           2. แชทที่ระบุจำนวนเงินชัดเจน
           แชทที่ใช้เป็นหลักฐานคดีกู้ยืมเงินควรมีจำนวนเงินแน่นอน เช่น 5,000 บาท 20,000 บาท 100,000 บาท หรือระบุเป็นยอดรวมที่ตรวจสอบได้
           ตัวอย่างข้อความที่ใช้ได้ดี เช่น
           “ยืม 20,000 บาทนะ เดี๋ยวคืนวันศุกร์”
           “ยอดที่ยืมไปทั้งหมด 75,000 บาท เดี๋ยวทยอยคืน”
           “ตอนนี้ติดหนี้อยู่ 120,000 บาท ขอผ่อนเดือนละ 10,000 บาท”
            หากข้อความไม่ระบุจำนวนเงินเลย อาจทำให้เกิดปัญหาในการฟ้องคดี เพราะศาลต้องพิจารณาว่าลูกหนี้กู้ไปเท่าใด เจ้าหนี้จึงควรเก็บหลักฐานแชทที่ระบุยอดเงินให้ครบถ้วน


            3. แชทที่ลูกหนี้ยอมรับว่าได้รับเงินแล้วและมีข้อความที่แสดงว่ายืมเงิน
            แชทที่ลูกหนี้ยืนยันว่าได้รับเงินแล้ว เป็นหลักฐานสำคัญที่ช่วยพิสูจน์ว่าเงินถูกส่งมอบจริง เช่น
            “เงินเข้าแล้ว เดี๋ยวคืนวันที่ 30”
            “ยอด 50,000 บาทเข้าแล้วนะ เดี๋ยวคืนนะ”
            “ได้รับครบ 100,000 บาทแล้ว เดี๋ยวคืนตามที่ตกลง”
            ข้อความลักษณะนี้ควรใช้คู่กับสลิปโอนเงิน รายการเดินบัญชี หรือหลักฐานธนาคาร เพื่อให้เห็นเส้นทางการเงินชัดเจนว่าเจ้าหนี้โอนเงินให้ลูกหนี้จริง


            4. แชทที่มีการตกลงวันคืนเงิน
            แชทที่ระบุวันครบกำหนดชำระหนี้จะช่วยให้การฟ้องคดีง่ายขึ้น เพราะทำให้เห็นว่าหนี้ถึงกำหนดชำระแล้ว เช่น
            “ยืม 10,000 บาท คืนวันที่ 25 นี้”
            “ขอคืนสิ้นเดือนนะ”
            “วันที่ 1 จะโอนคืนให้ทั้งหมด”
            “ขอเลื่อนคืนเงินจากวันที่ 10 เป็นวันที่ 20 ได้ไหม”
             หากไม่มีการกำหนดวันคืนเงิน เจ้าหนี้ยังสามารถเรียกร้องให้ลูกหนี้คืนเงินได้ แต่ในทางปฏิบัติควรมีการทวงถามเป็นหลักฐาน เช่น ส่งข้อความแจ้งให้คืนเงินภายในวันที่กำหนด และเก็บแชทการทวงถามไว้


             5. แชทที่ลูกหนี้รับสภาพหนี้
             แม้ตอนกู้ยืมจะไม่มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร แต่ภายหลังลูกหนี้พิมพ์แชทยอมรับว่าตนยังค้างชำระเงินอยู่ แชทนั้นอาจใช้เป็นหลักฐานสำคัญได้ เช่น

             “รู้ว่าติดเงินอยู่ แต่ตอนนี้ยังไม่มี”
             “ขอผ่อนหนี้ที่ยืมไปได้ไหม”
             “ยังคืนไม่ได้ ขอเวลาอีกหน่อย”
             “ยอดที่ค้างอยู่ 40,000 บาท เดี๋ยวทยอยจ่าย”
              ข้อความรับสภาพหนี้มีน้ำหนักมาก เพราะเป็นข้อความจากฝ่ายลูกหนี้ที่ยอมรับว่ามีหนี้จริง และยังไม่ได้ชำระคืนครบถ้วน


              6. แชทที่มีชื่อบัญชี เบอร์โทร หรือข้อมูลระบุตัวลูกหนี้
              แชทที่ดีควรเชื่อมโยงได้ว่าผู้ส่งข้อความคือลูกหนี้จริง ไม่ใช่บุคคลอื่น การระบุตัวบุคคลอาจดูจากข้อมูลหลายอย่าง เช่น ชื่อโปรไฟล์ รูปโปรไฟล์ เบอร์โทรศัพท์ เลขบัญชีธนาคาร ชื่อบัญชีผู้รับเงิน ข้อความที่ลูกหนี้ส่งมา หรือพฤติการณ์การสนทนาต่อเนื่อง
             ตัวอย่างแชทที่ช่วยระบุตัวลูกหนี้ได้ดี เช่น

              “โอนเข้าบัญชีผม ธนาคาร… เลขบัญชี… ชื่อบัญชี…”
              “เบอร์นี้เบอร์ผมนะ ใช้ติดต่อเรื่องเงินได้”
              “บัญชีชื่อ นาย… เป็นบัญชีผมเอง”
              ยิ่งข้อมูลในแชทตรงกับสลิปโอนเงินและเอกสารอื่น เช่น สำเนาบัตรประชาชน หรือรายการเดินบัญชี ยิ่งทำให้หลักฐานน่าเชื่อถือมากขึ้น


              7. แชทที่มีการทวงถามและลูกหนี้ตอบรับ
               หลังจากครบกำหนดคืนเงินแล้ว แชทการทวงถามก็เป็นหลักฐานสำคัญ เช่น เจ้าหนี้ทวงถามว่า
              “เงินที่ยืมไป 30,000 บาท ครบกำหนดคืนแล้ว รบกวนโอนคืนภายในวันนี้”
               แล้วลูกหนี้ตอบว่า
                “ขอเลื่อนเป็นอาทิตย์หน้า”
                “ตอนนี้ยังไม่มี เดี๋ยวคืนให้”
                “ขอผ่อนก่อนนะ”
               ข้อความลักษณะนี้ช่วยยืนยันว่า ลูกหนี้ไม่ได้ปฏิเสธหนี้ แต่เพียงยังไม่ชำระเงินคืน


             แชทแบบไหนที่อาจใช้เป็นหลักฐานได้ยาก?
             ไม่ใช่ทุกแชทจะมีน้ำหนักเพียงพอในการฟ้องคดีกู้ยืมเงิน บางข้อความอาจยังไม่ชัดเจนหรือถูกโต้แย้งได้ง่าย เช่น

              1. แชทที่ไม่มีคำว่า “ยืม” หรือ “กู้”
              ตัวอย่างเช่น

               “โอนมาให้หน่อย”
              “ช่วยหน่อยนะ”
              “ส่งเงินมาให้ก่อน”
              “เดี๋ยวจัดการให้”
              ข้อความแบบนี้อาจตีความได้หลายอย่าง อาจเป็นเงินกู้ เงินให้ ค่าใช้จ่าย ค่าจ้าง หรือเงินลงทุนร่วมกัน จึงควรมีข้อความอื่นประกอบให้ชัดว่าเป็นเงินกู้ยืม


             2. แชทที่ไม่ระบุจำนวนเงิน
             ถ้าข้อความระบุเพียงว่า “ขอยืมหน่อย” แต่ไม่มียอดเงิน และไม่มีหลักฐานโอนเงินที่เชื่อมโยงกันชัดเจน อาจทำให้พิสูจน์จำนวนหนี้ได้ยาก


             3. แชทที่ไม่รู้ว่าคุยกับใคร
             หากแชทไม่มีชื่อจริง ไม่มีเบอร์ ไม่มีเลขบัญชี ไม่มีข้อมูลระบุตัวตน และลูกหนี้ปฏิเสธว่าไม่ใช่คนพิมพ์ เจ้าหนี้อาจต้องหาหลักฐานอื่นมาประกอบ เช่น สลิปโอนเงิน ชื่อบัญชีผู้รับเงิน พยานบุคคล หรือประวัติการสนทนาก่อนหน้า


            4. แชทที่ถูกตัดต่อหรือแคปมาไม่ครบ
            การแคปหน้าจอเฉพาะบางช่วง อาจถูกโต้แย้งว่าไม่ครบถ้วน หรือถูกตัดต่อได้ ดังนั้นควรเก็บแชทต้นฉบับไว้ในโทรศัพท์ สำรองข้อมูล และถ่ายวิดีโอเลื่อนหน้าจอแชทตั้งแต่ต้นจนจบ เพื่อแสดงความต่อเนื่องของการสนทนา


            แชทไลน์ใช้เป็นหลักฐานกู้ยืมเงินได้ไหม?
            แชทไลน์สามารถใช้เป็นหลักฐานในคดีกู้ยืมเงินได้ หากมีข้อความชัดเจนว่าลูกหนี้ขอกู้หรือขอยืมเงิน ระบุยอดเงิน มีการรับเงิน และมีหลักฐานประกอบ เช่น สลิปโอนเงิน หรือรายการเดินบัญชี
            ศาลจะพิจารณาน้ำหนักของแชทจากหลายปัจจัย เช่น ความต่อเนื่องของข้อความ ความน่าเชื่อถือของบัญชีผู้ใช้ ความสัมพันธ์ระหว่างคู่กรณี ข้อมูลในแชทตรงกับสลิปโอนเงินหรือไม่ และมีเหตุให้เชื่อว่าข้อความถูกแก้ไขหรือตัดต่อหรือไม่ ตามกฎหมายธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ไม่ควรถูกปฏิเสธการรับฟังเพียงเพราะอยู่ในรูปอิเล็กทรอนิกส์ แต่ศาลยังต้องพิจารณาความน่าเชื่อถือ วิธีการสร้าง เก็บรักษา และความครบถ้วนของข้อมูลนั้นด้วย


             สลิปโอนเงินอย่างเดียวฟ้องคดีกู้ยืมเงินได้ไหม?
             หลายคนเข้าใจว่า หากมีสลิปโอนเงินก็ฟ้องลูกหนี้ได้ทันที แต่ในความเป็นจริง สลิปโอนเงินอย่างเดียวอาจยังไม่พอ เพราะสลิปแสดงเพียงว่ามีการโอนเงินจากบัญชีหนึ่งไปอีกบัญชีหนึ่ง แต่ยังไม่ได้พิสูจน์ว่าเงินนั้นเป็นเงินกู้
             ลูกหนี้อาจต่อสู้ได้ว่าเงินดังกล่าวเป็นค่าอย่างอื่น เช่น เงินค่าซื้อสินค้า เงินค่าจ้าง เงินลงทุน เงินคืนหนี้เก่า เงินให้โดยเสน่หา เงินช่วยเหลือ เงินที่โอนผิดบัญชี ดังนั้น หากต้องการฟ้องคดีกู้ยืมเงิน ควรมีทั้ง แชทที่ระบุการกู้ยืมเงิน และ หลักฐานการโอนเงิน ประกอบกัน


            ตัวอย่างชุดหลักฐานที่ควรเตรียมก่อนฟ้องคดีกู้ยืมเงิน
            หากต้องการฟ้องคดีกู้ยืมเงินจากหลักฐานแชท ควรรวบรวมเอกสารและหลักฐานดังนี้ แชทที่ลูกหนี้ขอยืมเงิน แชทที่ระบุจำนวนเงิน แชทที่ลูกหนี้ส่งเลขบัญชีให้โอน สลิปโอนเงิน รายการเดินบัญชีธนาคาร แชทที่ลูกหนี้ยืนยันว่าได้รับเงินแล้ว แชทที่กำหนดวันคืนเงิน แชทการทวงถาม แชทที่ลูกหนี้ขอเลื่อน ขอผ่อน หรือยอมรับว่ายังติดหนี้ ข้อมูลระบุตัวลูกหนี้ เช่น ชื่อจริง เบอร์โทร เลขบัญชี ที่อยู่ หรือสำเนาบัตรประชาชน หากมี ยิ่งหลักฐานครบถ้วน โอกาสในการดำเนินคดีและบังคับคดีจะยิ่งชัดเจนมากขึ้น


           วิธีเก็บแชทให้ใช้เป็นหลักฐานในศาลได้ดีขึ้น
           1. อย่าลบแชทต้นฉบับ
           แชทต้นฉบับในโทรศัพท์มีความสำคัญมาก เพราะหากอีกฝ่ายโต้แย้งว่าแคปหน้าจอถูกตัดต่อ ทนายความอาจต้องใช้แชทต้นฉบับในการประกอบการนำสืบ

           2. แคปหน้าจอให้เห็นชื่อคู่สนทนาและวันที่
           ควรแคปหน้าจอให้เห็นชื่อโปรไฟล์ วันที่ เวลา และข้อความต่อเนื่องกัน ไม่ควรแคปเฉพาะประโยคสั้น ๆ ที่ขาดบริบท

           3. ถ่ายวิดีโอเลื่อนแชท
           การถ่ายวิดีโอจากหน้าจอโทรศัพท์ โดยเลื่อนบทสนทนาตั้งแต่ช่วงที่เริ่มขอยืมเงินจนถึงช่วงทวงถาม จะช่วยแสดงความต่อเนื่องของข้อความ

           4. สำรองข้อมูล
            ควรสำรองข้อมูลแชทไว้ในอุปกรณ์อื่น คลาวด์ หรือส่งไฟล์ให้ทนายความตรวจสอบ เพื่อป้องกันโทรศัพท์เสีย สูญหาย หรือแชทถูกลบ

           5. เก็บสลิปและรายการเดินบัญชี
           สลิปโอนเงินควรเก็บทั้งรูปภาพและขอรายการเดินบัญชีจากธนาคาร เพราะสลิปบางครั้งอาจสูญหายหรือถูกโต้แย้งได้


            แชทที่มีแค่สติ๊กเกอร์หรืออีโมจิ ใช้เป็นหลักฐานได้ไหม?
            โดยทั่วไป แชทที่มีเพียงสติ๊กเกอร์ อีโมจิ หรือข้อความสั้น ๆ เช่น “โอเค” “ครับ” “ได้” อาจใช้เป็นหลักฐานได้บางส่วน แต่มีน้ำหนักน้อยกว่าข้อความที่ระบุชัดเจนว่าเป็นการกู้ยืมเงิน

             ตัวอย่างเช่น หากเจ้าหนี้พิมพ์ว่า

             “ตกลงยืมเงิน 20,000 บาท คืนวันที่ 30 นะ”
              แล้วลูกหนี้ตอบว่า

             “ครับ”
              ข้อความนี้อาจช่วยสนับสนุนได้ เพราะมีบริบทก่อนหน้าชัดเจน แต่ถ้ามีเพียงคำว่า “ครับ” โดยไม่มีข้อความอื่นประกอบ อาจไม่เพียงพอ


             ข้อความแบบไหนที่เจ้าหนี้ควรพิมพ์เพื่อให้หลักฐานชัดขึ้น?
             หากมีการให้ยืมเงินผ่านแชท เจ้าหนี้ควรพิมพ์ข้อความให้ชัดเจน เช่น

             “ตกลงคุณยืมเงินจำนวน 30,000 บาท โดยให้โอนเข้าบัญชีธนาคาร… เลขบัญชี… และจะคืนภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ใช่ไหม”
              หากลูกหนี้ตอบว่า

              “ใช่ครับ”
              “ตกลงครับ”
              “ใช่ เดี๋ยวคืนวันที่ 30”
              “โอนมาได้เลย บัญชีนี้ของผม”
              ข้อความลักษณะนี้จะมีประโยชน์มากกว่าการพูดคุยแบบคลุมเครือ เพราะมีทั้งยอดเงิน บัญชีรับเงิน วันครบกำหนด และการตอบรับจากลูกหนี้


             ดอกเบี้ยในแชทใช้บังคับได้ไหม?
             หากมีการตกลงดอกเบี้ย ควรระบุให้ชัดเจนและต้องไม่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด หากตกลงดอกเบี้ยเกินกฎหมาย อาจมีผลให้ดอกเบี้ยส่วนนั้นมีปัญหาในการบังคับคดี

             ตัวอย่างข้อความที่ควรมี เช่น

             “ยืมเงิน 50,000 บาท ตกลงคิดดอกเบี้ยร้อยละ… ต่อปี คืนภายในวันที่…”
อย่างไรก็ตาม เรื่องดอกเบี้ยเป็นประเด็นที่ควรให้ทนายความตรวจสอบก่อน เพราะหากคิดดอกเบี้ยไม่ถูกต้อง อาจทำให้เสียเปรียบในคดีได้

            หากลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระเงิน ควรรีบปรึกษาทนายความเพื่อประเมินว่า

            หนี้ถึงกำหนดชำระแล้วหรือไม่
            มีหลักฐานเพียงพอหรือไม่
            ควรส่งหนังสือทวงถามก่อนหรือไม่
            สามารถฟ้องศาลได้ทันทีหรือไม่
            มีโอกาสบังคับคดีได้หรือไม่


            ควรทำอย่างไรเมื่อลูกหนี้ไม่คืนเงิน แต่มีแชทเป็นหลักฐาน?
            หากลูกหนี้ไม่คืนเงิน เจ้าหนี้ควรดำเนินการเป็นขั้นตอนดังนี้

            1. รวบรวมหลักฐานทั้งหมด
            รวบรวมแชท สลิปโอนเงิน รายการเดินบัญชี ข้อมูลลูกหนี้ และหลักฐานการทวงถามให้ครบ

            2. ตรวจสอบยอดหนี้
           แยกเงินต้น ดอกเบี้ย ยอดที่ลูกหนี้เคยผ่อนชำระ และยอดคงเหลือให้ชัดเจน

           3. ส่งข้อความทวงถามอย่างสุภาพ
           ควรทวงถามเป็นลายลักษณ์อักษรผ่านแชท เพื่อให้มีหลักฐานเพิ่มเติม เช่น
            “ยอดเงินกู้ที่คุณค้างอยู่จำนวน 50,000 บาท ครบกำหนดชำระแล้ว ขอให้ชำระภายในวันที่…”


           4. ปรึกษาทนายความ
            ให้ทนายความตรวจว่าหลักฐานแชทเพียงพอหรือไม่ ต้องเพิ่มเติมพยานอะไร และควรฟ้องคดีอย่างไร

            5. ดำเนินคดีต่อศาล
            หากลูกหนี้ยังไม่ชำระ เจ้าหนี้สามารถให้ทนายความจัดทำคำฟ้องและดำเนินคดีเรียกเงินกู้ต่อศาลได้


             สรุป: แชทแบบไหนที่ใช้เป็นหลักฐานคดีกู้ยืมเงินได้?
             แชทแบบไหนที่ใช้เป็นหลักฐานคดีกู้ยืมเงินได้ คำตอบคือ แชทที่มีข้อความชัดเจนว่าเป็นการกู้ยืมเงิน ระบุจำนวนเงิน มีการส่งมอบเงิน ลูกหนี้ยอมรับว่าได้รับเงิน กำหนดวันคืนเงิน หรือมีข้อความรับสภาพหนี้ แชทที่ดีควรมีองค์ประกอบดังนี้ มีข้อความขอยืมหรือกู้เงิน มีจำนวนเงินชัดเจน มีบัญชีรับโอนหรือข้อมูลลูกหนี้ มีสลิปโอนเงินประกอบ มีข้อความยืนยันว่าได้รับเงิน มีข้อความกำหนดวันคืนเงิน มีการทวงถามและลูกหนี้ตอบรับ มีข้อความรับสภาพหนี้หรือขอผ่อนชำระ หากมีหลักฐานเหล่านี้ครบ โอกาสในการฟ้องคดีกู้ยืมเงินจะชัดเจนขึ้น แต่ควรให้ทนายความตรวจสอบก่อนดำเนินคดีทุกครั้ง เพราะแต่ละคดีมีข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานแตกต่างกัน


             ปรึกษาคดีกู้ยืมเงินกับทนายนิธิพล
             หากท่านมีปัญหาให้ยืมเงินแล้วลูกหนี้ไม่คืน มีเพียงแชทไลน์ แชทเฟซบุ๊ก สลิปโอนเงิน หรือหลักฐานการโอนเงิน แต่ไม่แน่ใจว่าสามารถฟ้องคดีได้หรือไม่ สามารถปรึกษา ทนายนิธิพล เพื่อให้ตรวจสอบพยานหลักฐาน วางแนวทางทวงถาม ดำเนินคดี และฟ้องเรียกเงินคืนตามกฎหมาย ทนายนิธิพล ให้คำปรึกษาคดีแพ่ง คดีกู้ยืมเงิน คดีผิดสัญญา การฟ้องลูกหนี้ การบังคับคดี และการเจรจาประนอมหนี้ โดยพิจารณาจากพยานหลักฐานจริงของแต่ละกรณี


              ปรึกษาสำนักงานทนายนิธิพล ปรึกษาฟรีในเบื้องต้นไม่มีค่าใช้จ่าย

              โทร: 095-453-4145 (ปรึกษาฟรี 5 นาที ในเบื้องต้น)

              ทนายนิธิพล เคลียร์ทุกปัญหา คลิ๊ก  

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้