ขอถอนหุ้น เอาเงินคืน ทำได้ไหม? - ทนายนิธิพล

94 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ขอถอนหุ้น เอาเงินคืน ทำได้ไหม? - ทนายนิธิพล

             ขอถอนหุ้น เอาเงินคืน ทำได้ไหม?


             หลายคนลงทุนเปิดกิจการร่วมกับเพื่อน ญาติ คนรู้จัก หรือหุ้นส่วนทางธุรกิจ โดยลงเงินเป็น “หุ้น” หรือ “ทุน” ในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท แต่เมื่อกิจการไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง เกิดความขัดแย้ง ขาดทุน ไม่ได้รับผลตอบแทน หรือไม่อยากร่วมลงทุนต่อ จึงเกิดคำถามสำคัญว่า

            “ขอถอนหุ้น เอาเงินคืน ทำได้ไหม?”

            คำตอบโดยหลักคือ ทำไม่ได้ทันทีตามใจผู้ถือหุ้นหรือหุ้นส่วนฝ่ายเดียว เพราะเงินที่ลงไปเป็นทุนของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทแล้ว ไม่ใช่เงินฝากที่สามารถขอถอนคืนเมื่อใดก็ได้ การเอาเงินคืนจากหุ้นจะทำได้เฉพาะบางกรณี เช่น เลิกห้างหุ้นส่วน
 เลิกบริษัทและชำระบัญชี มีบุคคลอื่นมาซื้อหุ้นต่อ มีข้อตกลงในสัญญาหุ้นส่วนหรือข้อบังคับบริษัทให้ซื้อคืนได้ มีข้อพิพาทร้ายแรงและต้องใช้สิทธิทางศาลตามกฎหมาย ดังนั้น ผู้ที่ถามว่า ขอถอนหุ้น เอาเงินคืน ทำได้ไหม ต้องแยกก่อนว่า ตนเองลงทุนอยู่ในรูปแบบใด เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญ ห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือบริษัทจำกัด เพราะสิทธิและวิธีดำเนินการแตกต่างกัน


           1. ทำไมขอถอนหุ้นแล้วเอาเงินคืนทันทีไม่ได้?
           การลงหุ้นในกิจการ ไม่เหมือนการฝากเงินไว้กับบุคคลอื่น แต่เป็นการนำเงินหรือทรัพย์สินเข้าเป็นทุนของนิติบุคคลหรือกิจการร่วมกัน เมื่อเงินถูกนำเข้าเป็นทุนแล้ว เงินดังกล่าวจะกลายเป็นทรัพย์สินของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท ไม่ใช่เงินส่วนตัวของผู้ถือหุ้นหรือหุ้นส่วนคนใดคนหนึ่งอีกต่อไป

            กรณีบริษัทจำกัด หุ้นเป็นทรัพย์สินอย่างหนึ่งของผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นมีสิทธิถือหุ้น รับเงินปันผลเมื่อบริษัทมีกำไรและมีมติจ่ายเงินปันผล รวมถึงมีสิทธิขายหรือโอนหุ้นให้ผู้อื่น แต่ไม่ได้มีสิทธิเรียกให้บริษัทคืนเงินค่าหุ้นได้ตามอำเภอใจ การโอนหุ้นชนิดระบุชื่อต้องทำให้ถูกต้อง และการโอนจะใช้ยันบริษัทหรือบุคคลภายนอกได้ต้องมีการจดแจ้งในทะเบียนผู้ถือหุ้นตามหลักกฎหมายเรื่องการโอนหุ้นด้วย สรุปง่าย ๆ คือ ผู้ถือหุ้นไม่ได้มีสิทธิ “ถอนหุ้นคืนเงิน” จากบริษัทโดยตรง แต่มีสิทธิ “ขายหุ้น” หรือรอรับส่วนแบ่งเมื่อบริษัทเลิกและชำระบัญชีแล้วมีทรัพย์สินเหลือ

            โดยทั่วไป “ขอถอนหุ้นเอาเงินคืนจากบริษัทไม่ได้” ผู้ถือหุ้นไม่สามารถบอกบริษัทว่า “ไม่อยากถือหุ้นแล้ว ขอคืนเงินค่าหุ้น” ได้ทันที เพราะเงินค่าหุ้นเป็นทุนของบริษัทไปแล้ว หากบริษัทต้องคืนเงินให้ผู้ถือหุ้นคนใดคนหนึ่งโดยไม่มีเหตุทางกฎหมาย อาจกระทบต่อทุนของบริษัท เจ้าหนี้ และผู้ถือหุ้นรายอื่น

           สิ่งที่ผู้ถือหุ้นทำได้ คือ

           1.1 ขายหุ้นให้บุคคลอื่น
           วิธีที่พบบ่อยที่สุดคือ หาคนมาซื้อหุ้นต่อ ไม่ว่าจะเป็นผู้ถือหุ้นเดิม กรรมการ หุ้นส่วนทางธุรกิจ หรือบุคคลภายนอก แต่ต้องตรวจสอบก่อนว่า ข้อบังคับบริษัทห้ามโอนหุ้นหรือไม่ ผู้ถือหุ้นเดิมมีสิทธิซื้อก่อนหรือไม่ ต้องได้รับความยินยอมจากกรรมการหรือที่ประชุมผู้ถือหุ้นหรือไม่ ราคาหุ้นจะประเมินอย่างไร มีการลงลายมือชื่อในเอกสารโอนหุ้นถูกต้องหรือไม่
มีการแก้ไขทะเบียนผู้ถือหุ้นหรือไม่ การขายหุ้นจึงเป็นวิธีที่ตรงที่สุด หากต้องการ “ออกจากบริษัท” และ “เอาเงินคืน” แต่เงินที่ได้คืนจะมาจากผู้ซื้อหุ้น ไม่ใช่การถอนเงินคืนจากบริษัท


           1.2 ให้บริษัทหรือผู้ถือหุ้นรายอื่นซื้อหุ้นคืนตามข้อตกลง
           บางบริษัทมีข้อตกลงระหว่างผู้ถือหุ้น เช่น สัญญาผู้ถือหุ้น หรือ Shareholders’ Agreement กำหนดว่า หากผู้ถือหุ้นคนใดต้องการออกจากกิจการ ต้องเสนอขายหุ้นให้ผู้ถือหุ้นเดิมก่อน หรือกำหนดวิธีคำนวณราคาหุ้นไว้ ตัวอย่างเช่น ถ้าผู้ถือหุ้นลาออกจากการทำงานในบริษัท ต้องขายหุ้นคืน ถ้าผู้ถือหุ้นผิดสัญญา ต้องขายหุ้นในราคาที่กำหนด ถ้าผู้ถือหุ้นเสียชีวิต ทายาทต้องเสนอขายหุ้นให้ผู้ถือหุ้นเดิม ถ้าผู้ถือหุ้นคนใดไม่ทำงานตามที่ตกลง ต้องคืนหุ้นหรือขายหุ้นคืน
           กรณีนี้ต้องดูเอกสารสำคัญ เช่น หนังสือบริคณห์สนธิ ข้อบังคับบริษัท สัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น รายงานประชุม หลักฐานการโอนเงินค่าหุ้น ทะเบียนผู้ถือหุ้น เอกสารตกลงซื้อขายหุ้น หากไม่มีข้อตกลงไว้ การบังคับให้บริษัทหรือผู้ถือหุ้นคนอื่นซื้อหุ้นคืนอาจทำได้ยาก

           1.3 รอเลิกบริษัทและชำระบัญชี
           อีกกรณีที่ผู้ถือหุ้นอาจได้เงินคืน คือ บริษัทเลิกกิจการและเข้าสู่กระบวนการชำระบัญชี เมื่อบริษัทเลิกแล้ว ต้องมีผู้ชำระบัญชีเข้ามาจัดการทรัพย์สิน หนี้สิน และภาระผูกพันต่าง ๆ ของบริษัท โดยกฎหมายกำหนดว่าเมื่อห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทเลิกกันเพราะเหตุอื่นนอกจากล้มละลาย หุ้นส่วนผู้จัดการหรือกรรมการของบริษัทย่อมเข้าเป็นผู้ชำระบัญชี เว้นแต่ข้อสัญญาหรือข้อบังคับจะกำหนดเป็นอย่างอื่น
           ลำดับโดยทั่วไปคือ บริษัทมีมติเลิกกิจการ แต่งตั้งผู้ชำระบัญชี แจ้งจดทะเบียนเลิกบริษัท ประกาศและแจ้งเจ้าหนี้
รวบรวมทรัพย์สินของบริษัท ชำระหนี้ให้เจ้าหนี้ หากมีเงินหรือทรัพย์สินเหลือ จึงแบ่งคืนให้ผู้ถือหุ้นตามสัดส่วน ดังนั้น ผู้ถือหุ้นจะได้เงินคืนจากบริษัทได้ก็ต่อเมื่อบริษัทเลิกกิจการ ชำระหนี้เสร็จ และยังมีทรัพย์สินเหลืออยู่ ไม่ใช่การถอนหุ้นคืนเงินระหว่างที่บริษัทยังดำเนินกิจการอยู่ตามปกติ


           2. กรณีเป็น “ห้างหุ้นส่วน” ขอถอนหุ้น เอาเงินคืน ทำได้ไหม?
           หากเป็นห้างหุ้นส่วน ต้องแยกอีกว่าเป็น

            ห้างหุ้นส่วนสามัญ
            ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน
            ห้างหุ้นส่วนจำกัด
           โดยหลักแล้ว หุ้นส่วนไม่ควรถอนเงินทุนออกจากกิจการได้ตามใจตนเอง เพราะกระทบต่อทรัพย์สินของห้าง เจ้าหนี้ และหุ้นส่วนอื่น แต่กฎหมายเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนมีลักษณะแตกต่างจากบริษัท เพราะความสัมพันธ์ของหุ้นส่วนมีลักษณะใกล้ชิดกันมากกว่า และบางกรณีหุ้นส่วนอาจมีสิทธิขอเลิกห้างหรือให้ศาลสั่งเลิกห้างได้


             2.1 ถอนหุ้นไม่ได้ เว้นแต่มีข้อตกลงไว้
             ถ้าสัญญาหุ้นส่วนกำหนดไว้ชัดเจนว่า หุ้นส่วนคนใดต้องการออกจากห้างสามารถถอนทุนได้ โดยต้องแจ้งล่วงหน้า หรือให้ห้างจ่ายคืนตามวิธีประเมินมูลค่าที่กำหนดไว้ ก็อาจดำเนินการตามสัญญาได้ แต่ถ้าไม่มีข้อตกลง หุ้นส่วนฝ่ายเดียวไม่ควรถอนเงินออกจากบัญชีห้าง หรือบังคับให้หุ้นส่วนอื่นคืนเงินทุนให้ทันที เพราะอาจกลายเป็นข้อพิพาททางแพ่ง หรือในบางกรณีอาจถูกกล่าวหาว่านำทรัพย์สินของห้างไปโดยไม่ชอบ

            2.2 เลิกห้างหุ้นส่วนแล้วชำระบัญชี
            หากหุ้นส่วนตกลงกันไม่ได้ และต้องการจบกิจการร่วมกัน อาจต้องดำเนินการเลิกห้างหุ้นส่วนและชำระบัญชี เมื่อห้างหุ้นส่วนเลิกแล้ว ต้องจัดการหนี้สิน ทรัพย์สิน และแบ่งส่วนที่เหลือให้หุ้นส่วนตามสิทธิของแต่ละคน เช่นเดียวกับหลักการชำระบัญชีห้างหุ้นส่วนและบริษัท
            กรณีห้างหุ้นส่วนจำกัด กฎหมายยังมีหลักเกี่ยวกับความรับผิดของหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิด โดยเมื่อห้างเลิก เจ้าหนี้อาจฟ้องหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดได้ในบางกรณี เช่น จำนวนลงหุ้นที่ยังค้างส่ง หรือจำนวนลงหุ้นที่ถอนไปจากสินทรัพย์ของห้าง จุดนี้สะท้อนว่า การ “ถอนทุน” หรือ “ถอนหุ้น” ออกจากห้างหุ้นส่วนไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะอาจมีผลต่อเจ้าหนี้และความรับผิดของหุ้นส่วนในภายหลัง

           2.3 ขอศาลสั่งเลิกห้างหุ้นส่วนในบางกรณี
           ถ้าหุ้นส่วนมีปัญหากันรุนแรง เช่น หุ้นส่วนอีกฝ่ายผิดสัญญาสำคัญ บริหารงานเสียหาย กิจการขาดทุนต่อเนื่อง หรือมีเหตุทำให้ห้างดำรงอยู่ต่อไปไม่ได้ หุ้นส่วนอาจฟ้องศาลเพื่อขอให้เลิกห้างหุ้นส่วนได้
           แนวหลักกฎหมายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มีบทบัญญัติที่ศาลอาจสั่งเลิกห้างหุ้นส่วนได้ในกรณี เช่น หุ้นส่วนคนใดคนหนึ่งล่วงละเมิดข้อสาระสำคัญของสัญญาหุ้นส่วน กิจการมีแต่ขาดทุนและไม่มีหวังฟื้นตัว หรือมีเหตุอื่นทำให้ห้างดำรงอยู่ต่อไปไม่ได้ และบางกรณีศาลอาจสั่งให้กำจัดหุ้นส่วนผู้เป็นต้นเหตุออกจากห้างแทนการเลิกห้างได้ ดังนั้น ถ้าถามว่า ขอถอนหุ้น เอาเงินคืน ทำได้ไหม ในกรณีห้างหุ้นส่วน คำตอบคือ โดยทั่วไปถอนคืนทันทีไม่ได้ แต่ถ้ามีเหตุทางกฎหมาย อาจใช้วิธีขอเลิกห้าง ชำระบัญชี หรือดำเนินคดีกับหุ้นส่วนที่ทำผิดได้

           3. อยากออกจากบริษัท แต่ไม่มีคนซื้อหุ้น ต้องทำอย่างไร?
           ปัญหาที่พบบ่อยคือ ผู้ถือหุ้นอยากขายหุ้น แต่ไม่มีใครซื้อ หรือผู้ถือหุ้นรายอื่นไม่ยอมซื้อคืน กรณีนี้ต้องพิจารณาเป็นขั้นตอน

           3.1 เจรจาเสนอขายหุ้นให้ผู้ถือหุ้นเดิม
           หากไม่มีบุคคลภายนอกซื้อหุ้น วิธีที่ควรทำคือเจรจาเสนอขายให้ผู้ถือหุ้นเดิม โดยอาจเสนอเงื่อนไข เช่น ผ่อนชำระค่าหุ้น ใช้วิธีประเมินมูลค่ากิจการ หักหนี้ระหว่างกัน โอนหุ้นบางส่วนก่อน ทำบันทึกข้อตกลงเลิกเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจ การเจรจาควรทำเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ควรตกลงกันด้วยคำพูดอย่างเดียว เพราะหากเกิดข้อพิพาทภายหลัง จะพิสูจน์ได้ยาก


           3.2 ตรวจสอบว่ามีการบริหารไม่สุจริตหรือไม่
           บางกรณีผู้ถือหุ้นต้องการถอนหุ้น เพราะพบว่า กรรมการไม่เปิดเผยบัญชี ไม่เรียกประชุมผู้ถือหุ้น ไม่จ่ายเงินปันผลทั้งที่มีกำไร ใช้เงินบริษัทปะปนกับเงินส่วนตัว โอนทรัพย์สินบริษัทออกไป ทำบัญชีไม่ถูกต้อง กีดกันผู้ถือหุ้นบางรายออกจากกิจการ
หากมีพฤติการณ์เช่นนี้ ปัญหาอาจไม่ใช่แค่ “ขอถอนหุ้น” แต่อาจเป็นคดีเกี่ยวกับการบริหารบริษัท การเรียกค่าเสียหาย การตรวจสอบบัญชี หรือการใช้สิทธิผู้ถือหุ้นตามกฎหมาย


           4. หุ้นส่วนเอาเงินกิจการออกไปเองได้ไหม?
            ไม่ควรทำอย่างยิ่ง แม้จะเชื่อว่าตนเองมีสิทธิในเงินลงทุน แต่ถ้าเงินอยู่ในบัญชีบริษัทหรือบัญชีห้างหุ้นส่วน การนำเงินออกโดยพลการอาจก่อให้เกิดความเสี่ยง เช่น ถูกฟ้องเรียกเงินคืน ถูกกล่าวหาว่าผิดหน้าที่หุ้นส่วนหรือกรรมการ ถูกกล่าวหาว่ายักยอกทรัพย์ เกิดข้อพิพาททางแพ่งและอาญา เสียเปรียบในการต่อสู้คดีภายหลัง วิธีที่ถูกต้องควรเป็นการเจรจา ทำบันทึกข้อตกลง ขายหุ้น เลิกกิจการ หรือใช้สิทธิทางศาล ไม่ควรใช้วิธีถอนเงินเองเพื่อตอบโต้กัน


            5. อยากถอนหุ้น ควรเริ่มจากอะไร?
            หากต้องการออกจากการเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้น ควรดำเนินการดังนี้

            ขั้นตอนที่ 1: ตรวจสอบสถานะของตนเอง
            ต้องรู้ก่อนว่าเป็นอะไรในกิจการ เป็นผู้ถือหุ้นบริษัทหรือไม่ เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนหรือไม่ มีชื่อในทะเบียนผู้ถือหุ้นหรือไม่ มีชื่อเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการหรือไม่ ลงเงินในฐานะอะไร มีสัญญาหรือไม่

            ขั้นตอนที่ 2: ตรวจสอบหลักฐานการลงทุน
             รวบรวมหลักฐาน เช่น สลิปโอนเงิน สัญญาร่วมลงทุน หนังสือรับรองบริษัท บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น แชทสนทนา หลักฐานแบ่งกำไร หลักฐานประชุม เอกสารบัญชี

            ขั้นตอนที่ 3: ตรวจสอบสิทธิในการขายหุ้นหรือเลิกกิจการ
            ต้องดูว่ามีทางออกแบบใดบ้าง เช่น ขายหุ้นให้ผู้ถือหุ้นเดิม ขายหุ้นให้บุคคลภายนอก ใช้สิทธิตามสัญญาผู้ถือหุ้น เจรจาเลิกกิจการ ฟ้องบังคับตามสัญญา ขอศาลสั่งเลิกห้างหุ้นส่วน ดำเนินคดีเรียกค่าเสียหาย

            ขั้นตอนที่ 4: ทำหนังสือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร
            ควรทำหนังสือแจ้งความประสงค์ เช่น ขอเสนอขายหุ้น ขอให้ตรวจสอบบัญชี ขอเรียกประชุม ขอให้ชี้แจงการใช้เงิน
ขอเจรจาเลิกกิจการ ขอให้ปฏิบัติตามสัญญา การมีหนังสือเป็นหลักฐานช่วยให้ต่อรองและใช้สิทธิทางกฎหมายได้ดีกว่าการพูดคุยปากเปล่า


           สรุปคำตอบ: ขอถอนหุ้น เอาเงินคืน ทำได้ไหม?
           คำตอบคือ โดยทั่วไปทำไม่ได้ เพราะการลงหุ้นไม่ใช่การฝากเงิน แต่เป็นการนำเงินเข้าเป็นทุนของกิจการแล้ว ผู้ถือหุ้นหรือหุ้นส่วนจึงไม่สามารถขอถอนหุ้นเพื่อรับเงินคืนได้ทันทีตามใจฝ่ายเดียว แต่ยังมีทางออกทางกฎหมาย เช่น ขายหุ้นให้บุคคลอื่น ให้ผู้ถือหุ้นเดิมซื้อหุ้นต่อ ทำสัญญาซื้อขายหุ้นคืน เลิกห้างหุ้นส่วน เลิกบริษัทและชำระบัญชี ฟ้องบังคับตามสัญญา
ฟ้องเรียกค่าเสียหาย ขอศาลสั่งเลิกห้างหุ้นส่วนในกรณีมีเหตุร้ายแรง ดังนั้น ก่อนดำเนินการควรให้ทนายความตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงก่อน เพราะแต่ละกรณีมีผลทางกฎหมายไม่เหมือนกัน


           ปรึกษาทนายความเรื่องถอนหุ้น ขายหุ้น เลิกบริษัท เลิกห้างหุ้นส่วน
           หากท่านมีปัญหาเกี่ยวกับ
            ขอถอนหุ้น เอาเงินคืน
            หุ้นส่วนไม่คืนเงิน
            ลงทุนแล้วไม่ได้หุ้น
            อยากออกจากบริษัท
            อยากขายหุ้นแต่ผู้ถือหุ้นอื่นไม่ยอม
            หุ้นส่วนบริหารไม่โปร่งใส
            ต้องการเลิกห้างหุ้นส่วน
            ต้องการเลิกบริษัท
            ฟ้องเรียกเงินลงทุนคืน
            ตรวจสอบสัญญาผู้ถือหุ้น
            จัดทำสัญญาซื้อขายหุ้น

           สามารถปรึกษา บริษัททนายนิธิพล เพื่อวิเคราะห์ข้อเท็จจริง ตรวจเอกสาร และวางแนวทางดำเนินคดีหรือเจรจาให้เหมาะสมกับกรณีของท่าน



             ปรึกษาสำนักงานทนายนิธิพล ปรึกษาฟรีในเบื้องต้นไม่มีค่าใช้จ่าย

             โทร: 095-453-4145 (ปรึกษาฟรี 5 นาที ในเบื้องต้น)

             ทนายนิธิพล เคลียร์ทุกปัญหา คลิ๊ก  

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้