ฉ้อโกงแชร์ ถ้าเข้าเงื่อนไขตามนี้ ดำเนินคดีอาญาได้ - ทนายนิธิพล

Last updated: 2021-11-05  |  1127 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ฉ้อโกงแชร์ ถ้าเข้าเงื่อนไขตามนี้ ดำเนินคดีอาญาได้ - ทนายนิธิพล

          การเล่นแชร์นั้น จะมีกฎหมายที่มาควบคุมการเล่นแชร์อยู่ คือพระราชบัญญัติการเล่นแชร์ พ.ศ. 2534 ซึ่งโดยหลักแล้วการเล่นแชร์จะเป็นคดีแพ่ง ที่จะต้องให้ทนายความทำเรื่องฟ้องต่อศาลแพ่งให้ ซึ่งคดีแพ่งจะเน้นไปที่เรื่องเงินเป็นหลัก ไม่มีโทษจำคุกหรือปรับเข้ามาเกี่ยวข้อง หากชนะคดีแล้วจำเลยก็ต้องปฏิบัติตามคำพิพากษา หากไม่ชำระหนี้ ก็ต้องบังคับยึดทรัพย์ อายัดเงินเดือน เพื่อให้เป็นไปตามคำพิพากษาต่อไป

          แต่หากมีพฤติการณ์ดังต่อไปนี้ที่แสดงให้เห็นว่ามีเจตนาที่จะฉ้อโกงมาตั้งแต่แรกที่มีการเล่นแชร์กันก็สามารถที่จะดำเนินคดีฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ได้ โดยมีพฤติการณ์ดังต่อไปนี้

          กรณีลูกแชร์ พึ่งเข้ามาเล่นในวงแชร์เป็นครั้งแรก เปียแชร์ได้งวดแรกๆ เมื่อได้รับเงินแชร์ทั้งหมดแล้ว หนีหายติดต่อไม่ได้ บล็อกเฟซบุ๊ก  บล็อกไลน์เป็นต้น

          กรณีท้าวแชร์ เปิดวงแชร์เป็นวงแชร์แรก เมื่อได้รับเงินแชร์ทั้งหมดแล้ว หนีหายติดต่อไม่ได้ บล็อกเฟซบุ๊ก  บล็อกไลน์ เป็นต้น

          หากเขาเงื่อนไขดังนี้ก็พอที่จะทำให้เห็นได้ว่ามีเจตนาที่จะเข้ามาโกงเงินตั้งแต่แรกที่จะสามารถดำเนินคดีฐานฉ้อโกงได้ ซึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ได้บัญญัติว่า ผู้ใดโดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม หรือทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม ทำ ถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งตามมาตรา 341 เป็นคดีซึ่งเป็นความผิดต่อส่วนตัว สามารถยอมความกันได้ ต้องมีการแจ้งความภายใน 3 เดือน แต่หากมีการกระทำฉ้อโกงวงแชร์ในลักษณะดังกล่าวและมีผู้เสียหายหลายราย และมีการแจ้งความแล้วก็จะเป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนได้ ซึ่งจะมีอัตราโทษที่สูงกว่า และเป็นคดีความผิดต่อแผ่นดินซึ่งไม่สามารถยอมความกัน

          มาตรา 343  ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา 341 ได้กระทำด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน หรือด้วยการปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชน ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าการกระทำความผิดดังกล่าวในวรรคแรก ต้องด้วยลักษณะดังกล่าวในมาตรา 342 อนุมาตราหนึ่งอนุมาตราใดด้วย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท

         



ทนายนิธิพล ปรึกษากฎหมายฟรี

Facebook Fan page : ทนายนิธิพล ปรึกษากฎหมายฟรี

โทร : 095-453-4145 เวลาติดต่อ จันทร์-เสาร์ 10:00 น. – 18:00 น.

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้