ข้อแตกต่างระหว่างแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับแจ้งเพื่อใช้เป็นหลักฐาน  

ข้อแตกต่างระหว่างแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับแจ้งเพื่อใช้เป็นหลักฐาน  

                  ข้อแตกต่าง ระหว่างแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับแจ้งเพื่อใช้เป็นหลักฐาน             

                   การแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดี คือ  การร้องทุกข์ หมายความถึงการที่ผู้เสียหายได้กล่าวหาต่อเจ้าหน้าที่ ว่ามีผู้กระทำความผิดขึ้น จะรู้ตัวผู้กระทำความผิดหรือไม่ก็ตาม ซึ่งกระทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหาย และการกล่าวหาเช่นนั้นได้กล่าวโดยมีเจตนาจะให้ผู้กระทำความผิดได้รับโทษ โดยทางตำรวจจะจดบันทึกคำร้องทุกข์ ลงใน “ รายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี ” และในรายงานนั้นจะต้องระบุอย่างละเอียดว่ามีความประสงค์จะให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตามกฎหมายต่อไป 

                  แจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน คือ การจดข้อความลงไปใน “ รายงานประจำวันเพื่อเป็นหลักฐาน ” จะถือว่าไม่ใช่การมอบคดีให้พนักงานสอบสวนดำเนนคดีตามกฎหมาย ไม่ถือเป็นคำร้องทุกข์ เพราะยังไม่ได้มีเจตนาให้ผู้กระทำความผิดได้รับโทษ เป็นเพียงการลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ส่วนมากการลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน จะเป็นการบันทึก เรื่องเอกสารสำคัญหาย เช่น บัตรประชาชน หนังสือเดินทาง เพื่อที่จะได้นำบันทึกประจำวันไว้เป็นหลังฐานไปแจ้งต่อเจ้าพนักงาน เพื่อทำเอกสารฉบับใหม่ขึ้นมา

                  ดังนั้น หากผู้ใดประสงค์ จะดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด ต้องเช็คดูดีๆ ว่าการที่ไปแจ้งความนั้น ได้แจ้งความร้องทุกข์ ให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดหรือไม่ เพราะหากเป็นเพียงการลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ภายหลังอาจทำให้ คดีขาดอายุความได้ และไม่สามารถแจ้งความร้องทุกข์ให้เอาผิดกับผู้กระทำความผิดได้อีก เนื่องจากขาดอายุความในการแจ้งความร้องทุกข์ไปแล้ว อย่างเช่นในคดีความผิดต่อส่วนตัว ซึ่งมีอายุความเพียง 3 เดือน โดยนับแต่รู้หรือควรจะรู้ถึงการกระทำความผิด

 



ทนายนิธิพล สำนักงานกฎหมายนิธิลอว์แอนด ์วิน
รับว่าความทั่วราชอาณาจักร ติดต่อ ทนายนิธิพล
โทร 086-536-1041 Line:Nitilaw33

Powered by MakeWebEasy.com