โดนอายัดบัญชี จะแก้อย่างไร? 

78 จำนวนผู้เข้าชม  | 

โดนอายัดบัญชี จะแก้อย่างไร? 

             โดนอายัดบัญชี จะแก้อย่างไร? 


            ปัจจุบันมีประชาชนจำนวนไม่น้อยพบปัญหา โดนอายัดบัญชีธนาคาร หรือถูกระงับการทำธุรกรรมโดยไม่ทราบสาเหตุ บางรายเพิ่งทราบภายหลังว่ามีผู้เสียหายแจ้งความดำเนินคดีฉ้อโกง และเงินที่เกี่ยวข้องกับคดีเคยถูกโอนผ่านบัญชีของตน จึงทำให้บัญชีถูกตรวจสอบในฐานะบัญชีที่อยู่ในเส้นทางการเงินหรืออาจเข้าข่ายเป็น “บัญชีม้า”
            เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ เจ้าของบัญชีไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ เพราะการถูกอายัดบัญชีกับการถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดเป็นคนละประเด็นกัน และต้องตรวจสอบให้ชัดเจนว่าใครเป็นผู้สั่งอายัด อายัดจากคดีใด และเจ้าของบัญชีมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดจริงหรือไม่

            โดนอายัดบัญชี หมายความว่าอย่างไร?
            คำว่า “อายัดบัญชี” ที่ประชาชนเรียกกัน อาจหมายถึงสถานการณ์ที่แตกต่างกัน เช่น ธนาคารระงับการทำธุรกรรมชั่วคราว เนื่องจากตรวจพบพฤติกรรมผิดปกติ บัญชีอยู่ในเส้นทางเงินที่เกี่ยวข้องกับคดีฉ้อโกงออนไลน์ มีผู้เสียหายแจ้งความว่าถูกหลอกให้โอนเงินเข้าบัญชีดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานที่มีอำนาจมีหนังสือให้อายัดบัญชี เจ้าของบัญชีมีรายชื่อหรือถูกตรวจสอบว่าอาจเกี่ยวข้องกับบัญชีม้า ธนาคารแห่งประเทศไทยอธิบายว่า มาตรการจัดการบัญชีม้ามีหลายระดับ ตั้งแต่บัญชีที่มีพฤติกรรมผิดปกติ บัญชีที่อยู่ในเส้นทางเงินของผู้เสียหาย ไปจนถึงผู้ที่ถูกระบุว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดแล้ว ดังนั้น วิธีแก้ไขจึงต้องพิจารณาจากสถานะของบัญชีแต่ละกรณี ไม่สามารถใช้วิธีเดียวกันทั้งหมดได้

            โดนอายัดบัญชี จะแก้อย่างไร?
            เมื่อทราบว่าบัญชีถูกอายัดหรือระงับการใช้งาน ควรดำเนินการตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

            1. ติดต่อธนาคารเพื่อขอทราบสาเหตุ
            ให้ติดต่อธนาคารเจ้าของบัญชีโดยเร็ว พร้อมสอบถามข้อมูลว่า บัญชีถูกระงับหรือถูกอายัดตั้งแต่วันใด หน่วยงานใดเป็นผู้แจ้งให้ดำเนินการ มีเลขคดี เลขรับแจ้งความ หรือสถานีตำรวจใดรับผิดชอบ ถูกจำกัดเฉพาะยอดเงินที่มีปัญหา หรือถูกระงับทั้งบัญชี ต้องนำเอกสารอะไรไปยื่นเพื่อขอตรวจสอบหรือปลดระงับ ควรขอหลักฐานหรือเลขอ้างอิงจากธนาคารทุกครั้ง เพื่อใช้ติดตามเรื่องกับพนักงานสอบสวนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

            สำหรับประชาชนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ธนาคารแห่งประเทศไทยแนะนำให้ติดต่อธนาคารเพื่อแสดงหลักฐานและพิสูจน์ความสุจริต ประกอบการพิจารณาปลดรายชื่อหรือปลดบัญชีให้กลับมาใช้งานได้

           2. ติดต่อพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี
           หากธนาคารแจ้งว่าการอายัดหรือระงับบัญชีเกี่ยวข้องกับคดีฉ้อโกง ต้องติดต่อพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีโดยตรง เพื่อขอทราบข้อเท็จจริงว่า มีผู้เสียหายกล่าวหาเรื่องใด เงินจำนวนเท่าใดถูกโอนเข้าบัญชี เงินเข้าบัญชีวันและเวลาใด เงินถูกถอนหรือโอนไปยังบุคคลใด เจ้าของบัญชีมีสถานะเป็นพยาน ผู้ต้องสงสัย หรือผู้ถูกกล่าวหา เจ้าหน้าที่ต้องการให้เข้าพบหรือส่งเอกสารใดเพิ่มเติม ไม่ควรให้ถ้อยคำโดยคาดเดา หรือรับข้อเท็จจริงแทนบุคคลอื่น หากจำรายละเอียดไม่ได้ควรตรวจสอบรายการเดินบัญชี ข้อความสนทนา ใบสั่งซื้อ หรือเอกสารที่เกี่ยวข้องก่อนให้การ

           3. รวบรวมหลักฐานแสดงที่มาของเงิน
           หลักฐานเป็นส่วนสำคัญในการพิสูจน์ว่าเจ้าของบัญชีเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงหรือเป็นเพียงผู้รับเงินโดยสุจริต ควรรวบรวมเอกสาร เช่น รายการเดินบัญชีย้อนหลัง หลักฐานการซื้อขายสินค้า ใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษี สัญญาว่าจ้างหรือสัญญาซื้อขาย ข้อความสนทนากับผู้โอนเงิน หลักฐานการส่งสินค้า หลักฐานการคืนเงิน รายชื่อบุคคลที่สามารถเป็นพยาน หลักฐานว่าบัญชียังอยู่ในการควบคุมของเจ้าของบัญชีตลอดเวลา ตัวอย่างเช่น เจ้าของร้านค้าออนไลน์ได้รับเงินจากบุคคลหนึ่งเป็นค่าสินค้า แต่ต่อมาปรากฏว่าเงินดังกล่าวมาจากผู้เสียหายที่ถูกมิจฉาชีพหลอกให้โอน หากเจ้าของร้านมีคำสั่งซื้อ หลักฐานการส่งสินค้า และข้อความติดต่อกับลูกค้าครบถ้วน เอกสารเหล่านี้อาจช่วยแสดงว่าได้รับเงินจากการค้าขายตามปกติ มิได้ร่วมฉ้อโกงผู้เสียหาย

          4. ตรวจสอบสถานะบัญชีและคดี
          เว็บไซต์ Thai Police Online มีช่องทางตรวจสอบสถานะบัญชีม้า โดยผู้ใช้งานต้องยืนยันตัวตนผ่านระบบ ThaID ก่อนตรวจสอบข้อมูล นอกจากนี้ยังมีช่องทางสำหรับอัปโหลดเอกสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีและติดตามสถานะการแจ้งความออนไลน์
          หากเป็นกรณีระงับธุรกรรมในเส้นทางเงินและเจ้าของบัญชีเชื่อว่าเป็นผู้สุจริต สามารถสอบถามแนวทางกับศูนย์ AOC สายด่วน 1441 ได้ โดยแนวทางของทางการอาจแตกต่างกันตามประเภทการระงับและสถานะของบัญชี

         5. ทำคำร้องขอปลดอายัดหรือปลดระงับบัญชี
         เมื่อทราบหน่วยงานและคดีที่เกี่ยวข้องแล้ว อาจต้องจัดทำหนังสือชี้แจงหรือคำร้องขอปลดอายัด โดยควรระบุข้อมูลให้ครบถ้วน ได้แก่ ชื่อและข้อมูลเจ้าของบัญชี ธนาคารและเลขที่บัญชี วันที่ทราบว่าบัญชีถูกอายัด เลขคดีหรือเลขรับแจ้งความ
ที่มาของรายการเงินที่เป็นปัญหา ความสัมพันธ์กับผู้โอนและผู้รับเงิน เหตุผลที่ยืนยันว่าไม่ได้ร่วมกระทำความผิด รายการเอกสารที่แนบประกอบ ความเดือดร้อนที่เกิดจากการถูกอายัดบัญชี กรณีที่เป็นการอายัดตามคำสั่งของพนักงานสอบสวนหรือหน่วยงานตามกฎหมาย การติดต่อธนาคารเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะธนาคารอาจต้องได้รับหนังสือหรือคำสั่งจากหน่วยงานผู้แจ้งอายัดก่อนจึงจะดำเนินการได้

         ถูกแจ้งความฉ้อโกง เพราะเงินเข้าบัญชี ถือว่าผิดทันทีหรือไม่?
         การมีเงินที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงโอนเข้าบัญชี ไม่ได้หมายความว่าเจ้าของบัญชีมีความผิดทันทีทุกกรณี พนักงานสอบสวนต้องตรวจสอบพฤติการณ์และพยานหลักฐาน เช่น เจ้าของบัญชีรู้หรือไม่ว่าเงินมาจากการกระทำผิด มีส่วนติดต่อกับมิจฉาชีพหรือไม่ ได้รับค่าตอบแทนจากการใช้บัญชีหรือไม่ และเป็นผู้ถอนหรือโอนเงินต่อไปหรือไม่
         หากเจ้าของบัญชีเปิดบัญชีใช้งานตามปกติ รับเงินจากการค้าขายหรือการประกอบอาชีพโดยสุจริต และไม่ทราบว่าเงินมีที่มาจากการกระทำผิด ย่อมต้องนำหลักฐานเข้าสู่กระบวนการสอบสวนเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง แต่ถ้ารับจ้างเปิดบัญชี ส่งมอบสมุดบัญชี บัตรเอทีเอ็ม โทรศัพท์ รหัสผ่าน หรือยินยอมให้ผู้อื่นควบคุมบัญชี โดยรู้หรือควรรู้ว่าจะถูกนำไปใช้กระทำความผิด อาจเข้าข่ายความผิดเกี่ยวกับบัญชีม้า รวมถึงอาจถูกตรวจสอบในความผิดฐานเป็นตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุนการฉ้อโกงตามพฤติการณ์ของคดี

          บัญชีม้าผิดกฎหมายหรือไม่?
          พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 มาตรา 9 กำหนดความผิดเกี่ยวกับการเปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนเองหรือกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง และรู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดอาญาอื่น ผู้กระทำอาจได้รับโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
          ดังนั้น การอ้างว่าไม่ทราบว่าเป็นบัญชีม้าอาจไม่เพียงพอ ต้องพิจารณาด้วยว่าพฤติการณ์แวดล้อมทำให้เจ้าของบัญชี “ควรรู้” หรือไม่ เช่น ได้รับค่าจ้างเพียงเพื่อเปิดบัญชี ส่งมอบซิมโทรศัพท์และโทรศัพท์ให้คนอื่น ให้บุคคลอื่นใช้แอปธนาคารของตน รับโอนเงินจำนวนมากผิดจากการใช้งานปกติ ถอนเงินสดหรือโอนต่อทันทีตามคำสั่งบุคคลอื่น ไม่ทราบว่าเงินจำนวนมากมาจากใคร แต่ยังยินยอมทำรายการให้ อย่างไรก็ตาม การจะวินิจฉัยว่าบุคคลใดมีความผิดหรือไม่ ต้องพิจารณาจากพยานหลักฐานของแต่ละคดี ไม่ควรสรุปจากการที่บัญชีถูกอายัดเพียงอย่างเดียว

          ถูกเรียกไปรับทราบข้อกล่าวหา ควรทำอย่างไร?
          หากได้รับหมายเรียกหรือได้รับการติดต่อจากตำรวจ ไม่ควรหลบเลี่ยงหรือเพิกเฉย ควรตรวจสอบว่าเป็นการติดต่อจากเจ้าหน้าที่จริง และสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับสถานีตำรวจ เลขคดี ชื่อพนักงานสอบสวน และข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้อง
           ก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวน ควรจัดลำดับเหตุการณ์ เตรียมรายการเดินบัญชี และรวบรวมเอกสารให้ครบถ้วน หากคดีมีเงินหลายทอด มีผู้เกี่ยวข้องหลายคน หรือถูกกล่าวหาว่าเป็นบัญชีม้า ควรให้ ทนายความคดีฉ้อโกง ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนเข้ารับทราบข้อกล่าวหา
           สิ่งสำคัญคือไม่ควรลบข้อความ เปลี่ยนโทรศัพท์ ทำลายเอกสาร หรือสร้างหลักฐานย้อนหลัง เพราะอาจทำให้เสียความน่าเชื่อถือและกระทบต่อการต่อสู้คดี

           เงินในบัญชีที่ไม่เกี่ยวกับคดี ขอคืนได้หรือไม่?
           ต้องตรวจสอบก่อนว่าคำสั่งที่เกิดขึ้นเป็นการระงับธุรกรรมชั่วคราว การอายัดเฉพาะยอดเงิน หรือการอายัดบัญชีทั้งหมด รวมถึงต้องดูว่าหน่วยงานใดเป็นผู้ดำเนินการ
           หากเงินบางส่วนเป็นเงินเดือน เงินจากการประกอบอาชีพ หรือเงินของบุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดี เจ้าของบัญชีควรจัดทำหลักฐานแยกที่มาของเงินแต่ละรายการอย่างชัดเจน และยื่นคำร้องต่อพนักงานสอบสวนหรือหน่วยงานผู้สั่งอายัดเพื่อขอให้พิจารณาปลดอายัดตามข้อเท็จจริง
           ไม่ควรตกลงชำระเงินให้ผู้กล่าวหาโดยทันทีเพียงเพราะต้องการให้ถอนแจ้งความ โดยยังไม่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง เนื่องจากคดีอาญาบางกรณีอาจมีประเด็นอื่นที่ต้องดำเนินการต่อ แม้คู่กรณีจะตกลงเรื่องเงินกันแล้วก็ตาม

           สรุป โดนอายัดบัญชีต้องรีบตรวจสอบและเตรียมหลักฐาน ผู้ที่กำลังค้นหาคำตอบว่า “โดนอายัดบัญชี จะแก้อย่างไร” ควรเริ่มจากการติดต่อธนาคาร ตรวจสอบหน่วยงานเจ้าของเรื่อง ติดต่อพนักงานสอบสวน รวบรวมหลักฐานที่มาของเงิน และยื่นคำชี้แจงหรือคำร้องขอปลดอายัดให้ถูกต้อง
           หากถูกแจ้งความฉ้อโกงหรือถูกสงสัยว่าเป็นบัญชีม้า อย่าเพิ่งสรุปว่าตนเองมีความผิด แต่ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ เพราะคำให้การและหลักฐานในชั้นสอบสวนอาจมีผลต่อรูปคดีในระยะยาว
          ทนายนิธิพลและทีมงานสำนักงานกฎหมายทนายความนิธิพล รับให้คำปรึกษาคดีฉ้อโกง คดีบัญชีม้า การเข้าพบพนักงานสอบสวน การเตรียมคำให้การ และการจัดทำคำร้องขอปลดอายัดบัญชี โดยสำนักงานตั้งอยู่บริเวณซอยนวมินทร์ 85 เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร และมีช่องทางติดต่อหมายเลข 095-453-4145 ตามข้อมูลที่เผยแพร่บนเว็บไซต์สำนักงาน
          หมายเหตุ: บทความนี้เป็นความรู้ทางกฎหมายทั่วไป การดำเนินการจริงต้องตรวจสอบคำสั่งอายัด เอกสารในสำนวน และข้อเท็จจริงเฉพาะของแต่ละคดี




Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้